เขียนโดย : กูรูเช็ค

Views 1861

2025-02-11 18:30

(กูรูเช็ค)อัพเดท 7 สารสกัดบำรุงเส้นผมปี 2025

กูรูเช็ค

ในปี 2025 เทรนด์การดูแลเส้นผมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง กูรูเช็คเลย ได้รวบรวม 7 สารสกัดสำคัญ ที่กำลังมาแรงในวงการบำรุงเส้นผม เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!

1. Biotin(ดี-ไบโอติน)

หน้าที่หลักของวิตามินไบโอติน (biotin) ในร่างกายของเรา คือการทำหน้าที่เป็นตัวร่วมเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีหรือที่เรียกว่า โคเอนไซม์ (co-enzyme) ประโยชน์ของการกินไบโอตินอย่างที่ทุกคนรู้ ช่วยป้องกันการเกิดผมร่วง และผมหงอก ป้องกันศีรษะล้าน หากขาดไบโอตินอาจจะทำให้ผมร่วง ซึมเศร้า เบื่ออาหาร และอ่อนเพลียมีงานวิจัย พบว่า จำนวนของผู้หญิงที่มีระดับไบโอตินต่ำกว่า 100 ng/L อาจมีปัญหา telogen effluvium (ภาวะผมร่วงแบบชั่วคราว) และมีอาการผิวหนังอักเสบจากงานวิจัย (อ้างอิง)

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ แนะนำปริมาณ: 2.5–5 มก. ต่อวัน

ข้อควารระวังในการรับประทาน : จุดที่ผู้ประกอบการควรระวังการใช้สารสกัด Biotin โอกาสที่กลุ่ม มีโรคประจำตัว โรคไทรอยด์ เบาหวาน  หรือหากคุณตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ไบโอติน ควรระวังผู้บริโภครับประทานปริมานที่สูง 

2. Zinc(ซิงค์)

ซิงค์ทำหน้าที่เป็น โคเอนไซม์ ในการทำงานของเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโตและพัฒนาการ การสังเคราะห์โปรตีน การสังเคราะห์ดีเอ็นเอ ปฏิกิริยาของเอนไซม์ และการรักษาบาดแผล ซิงค์ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเส้นผมและเล็บ รวมถึงยังช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะ จึงลดโอกาสในการหลุดร่วงของเส้นผมได้ แต่เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตเองหรือกักเก็บเอาไว้ได้ ด้วยเหตุผลนี้ร่างกายจึงควรได้รับสารอาหารนี้อย่างสม่ำเสมอ

และยังมีงานวิจัยในเด็กที่มีภาวะที่ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอพบว่าขาดสังกะสีจึงทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายช้าลง ส่วนใหญ่แล้วอาการจะดีขึ้นเมื่อได้รับการเสริมจากงานวิจัย (อ้างอิง)

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ : แนะนำปริมาณ: 10–30 มก. ต่อวัน

ข้อควรระวังในการรับประทาน : ควรรับประทานแร่สังกะสี ประมาณ 8-12 มิลลิกรัม/วัน สูงสุดไม่เกิน 40 มิลลิกรัม/วัน หากรับประทานแร่สังกะสีมากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้, ท้องเสียการขาดทองแดง (Copper deficiency), การเกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร

3. L-Cysteine(แอลซีสเทอีน)

Cysteine ซีสเทอีน จัดเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่พบได้ในอาหารประเภทโปรตีน โดยมีซัลฟอร์เป็นส่วนประกอบหลักในโครงสร้าง มีคุณสมบัติหลักคือ การดูดซับสารพิษในร่างกาย และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบของเส้นผม ช่วยทำให้ผมยาวเร็วขึ้น เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ กลูตาไธโอน ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมสร้าง เคราติน เพื่อสุขภาพเส้นผม ผิว และเล็บ ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนและการทำงานของเอนไซม์ในกระบวนการต่างๆ

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ : แนะนำปริมาณ: 500 ต่อวัน หรือ1เม็ด/วัน

ข้อควรระวังในการรับประทาน : ผู้ที่เป็นเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทานซิสทีน หรือซีสเทอีน ในปริมาณมาก และควรรับประทานภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น (การรับประทานอาหารเสริมเหล่านี้ร่วมกัน อาจลดประสิทธิภาพของอินซูลินได้

4. L-Methionine(แอลเมไธโอนีน)

L-Methionine ช่วยเสริมสร้าง เคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ทำให้เส้นผมแข็งแรง และมีสุขภาพดีอย่างที่ทุกคนรู้ นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องเส้นผมจากความเสียหายด้วยการสร้าง กลูตาไธโอน ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม จากงานวิจัยเคราตินในเส้นผมเกี่ยวข้องกับการเสื่อมสภาพของเคราตินเมื่อเส้นผมมีอายุมากขึ้น (อ้างอิง)

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ : แนะนำปริมาณ: 500–1,000 มก. ต่อวัน

ข้อควรระวังในการรับประทาน 
จุดที่ผู้ประกอบการควรระวังการใช้สารนี้โอกาสที่กลุ่มผู้บริโภค ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ภาวะเลือดเป็นกรด หลอดเลือดแดงแข็ง โรคตับ ภาวะเอนไซม์ โรคจิตเภท ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทาน

5. Calcium Pantothenate(แคลเซียล แพนโทธิเนต)

แคลเซียม แพนโทธีเนต ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โดยมีส่วนสำคัญในการเผาผลาญพลังงาน สร้างสารจำเป็นอย่าง Coenzyme A, เคราติน และสารสื่อประสาท นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบ บำรุงเส้นผม ผิวหนัง และระบบประสาท ให้ทำงานได้เต็มที่ และการใช้แคลเซียมแพนโทธิเนตบำบัดยังช่วยลดอาการผมร่วงซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการควบคุมผมร่วง โดยไม่ต้องพึ่งยาจากงานวิจัย  (อ้างอิง)

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ :  แนะนำปริมาณ: 5 มก. ต่อวัน

ข้อควรระวังในการรับประทาน 
Calcium Pantothenate เป็นวิตามินที่ปลอดภัย แต่การรับประทานในปริมาณสูงเกินไป (มากกว่า 10 กรัมต่อวัน) อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ท้องเสีย หรือปวดท้องได้ และหากคุณกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้อาหารเสริม (แนะนำไม่ควรใส่ สารเกิน 5 มก.)

6. Omega-3(โอเมก้า3)

กลไกการทำงาน : ช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ซึ่งส่งผลดีต่อหนังศีรษะและรากผม มันช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงรูขุมขนได้ดีขึ้น ส่งผลให้เส้นผมแข็งแรง ลดการหลุดร่วง และอาจช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม นอกจากนี้ โอเมก้า 3 ยังช่วยให้หนังศีรษะชุ่มชื้น ลดปัญหารังแคและอาการคันจากงานวิจัยพบว่าการรับประทานโอเมก้า 3 ระยะเวลา 6 เดือนมีผลในการลดการหลุดร่วงของเส้นผมโดยช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม (อ้างอิง) 

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ : ผู้ใหญ่ทั่วไป: 250–500 มก. ผู้ที่ต้องการบำรุงเส้นผมและผิวพรรณ: 1,000 มก. ต่อวัน สามารถไปช่วยเสริมเรื่องลดการอักเสบและบำรุงหนังศีรษะ

ข้อควรระวังในการรับประทาน :
จุดที่ผู้ประกอบการควรระวังการใช้สารนี้โอกาสที่กลุ่มผู้บริโภค แพ้ปลา ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด โรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทาน ควรระวังผู้บริโภครับประทานปริมานที่สูง (แนะนำให้ถ้าไม่ได้ทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมไม่ควรใส่ สาร เกิน 500 มก.)

7. Collagen(คอลลาเจน)

กลไกการทำงาน : อย่างที่ทุกคนรู้กัน คอลลาเจนมีส่วนช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และเสริมความแข็งแรงของผม เล็บ ข้อต่อ และกระดูก เมื่อรับประทาน คอลลาเจนเปปไทด์จะถูกย่อยเป็นโมเลกุลเล็ก ดูดซึมง่าย และถูกนำไปใช้ในร่างกายเพื่อกระตุ้นการสร้างโปรตีนโครงสร้าง การทานร่วมกับวิตามินซีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมและการทำงานของคอลลาเจนมากขึ้น จากงานวิจัยยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงผลกระทบและความปลอดภัยในระยะยาว

สำหรับปริมาณการกินที่แนะนำ : 2,500 - 10,000 มิลลิกรัม (2.5 - 10 กรัม ต่อวัน)

ข้อควรระวังในการรับประทาน : จุดที่ผู้ประกอบการควรระวังการใช้สารนี้โอกาสที่กลุ่มผู้บริโภค ผู้ที่แพ้อาหารทะเล(ปลา วัว หมู) ผู้ที่มีปัญหาไต ผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทาน (ควรระวังผู้บริโภครับประทานปริมานที่สูง (แนะนำควรรับประทานเกิน 1500 มิลลิกรัม.)

สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์วิตามินบำรุงเส้นผม การเลือกสารสกัดที่มีคุณภาพและเห็นผลจริงเป็นสิ่งสำคัญ ทาง กูรูเช็ค ได้รวบรวมสารสกัดสำคัญที่ได้รับความนิยมและมีงานวิจัยรองรับ เพื่อช่วยให้แบรนด์ของคุณสามารถแข่งขันในตลาด และทำธุรกิจได้ง่ายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
 

ทางทีมกูรูเช็คก็หวังว่าข้อมูลที่ทีมรวบรวมมาในวันนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคุณๆทุกคนที่ต้องการสร้างแบรนด์และผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาสินค้าของตัวเอง และใครที่สนใจ Consult สร้างแบรนด์ ฟรี!! ก็สามารถ แอด LINE : @gurucheckacademy หรือคลิ๊กที่ลิงค์นี้ได้เลยค่ะ https://line.me/R/ti/p/@gurucheckacademy

เขียนโดย : กูรูเช็ค

Views

1861

“ เราเชื่อว่าข้อมูลทางวิชาการเป็นเรื่องที่ยากสำหรับใครหลาย ๆ คนกูรูเช็คขอเป็นตัวแทนที่จะนำเสนอข้อมูลสุขภาพและความงามตามหลักการแพทย์ที่ได้รับการวิจัยและมีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขกับการเริ่มต้นดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นค่ะ “